สมัยก่อนการนอ กใจส่วนใหญ่เป็นเ พ ศชาย แต่ปัจจุบันพบว่าผ ญ.มีการนอ กใจพอๆ กับผ ช. ทั้งมีแนวโน้มจะเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ จากสังคมที่เปลี่ยนไป ผ ญ.มีการศึกษา ทำงานนอ กบ้าน มากขึ้น มีอิสระ มีความเชื่อมั่น มีโอ กาสพบปะสังสรรค์กับผู้คน ติดต่อออนไลน์ทุกที่ ทุกเวลา ฯลฯ
การนอ กใจไม่ได้มีแต่ข้อเสีย เชื่อว่าข้อดีของการนอ กใจคือ หากครอบครัวไม่แตกร้าวไปเสียก่อน หลังผ่าน มรสุมชีวิต ครอบครัวนั้น จะเข้าใจกัน รักกัน มากขึ้น มั่นคง และมีความสุขมากขึ้น
ความจริงที่ควรรู้เกี่ยวกับการนอ กใจ
1.เมื่อมีการนอ กใจเกิดขึ้น ผลกระทบมีทั้งรับไม่ได้ เกิดความโกรธ เ ก ลี ย ด อยากทำลาย มีทั้งรับได้ อยากให้มีการนอ กใจอยู่แล้ว เป็นการแบ่งเบาภาระ และไม่รับรู้ ไม่มีอะไรเกิดขึ้น
2.การนอ กใจที่เกิดในครอบครัว ส่วนใหญ่แก้ไขได้ มีส่วนน้อยที่เกิดการหย่าร้างเลิกรา
3.สื่อ เช่น หนังสือพิมพ์ ทีวี ภาพยนตร์ อินเตอร์เน็ต มีส่วนสนับสนุนเ ซ็ ก ซ์ และการนอ กใจ
4.การนอ กใจเกิดได้ทุกที่ ทุกเวลา ทุกเ พ ศ ทุกระดับการศึกษา ฐานะ หน้าที่การงาน
5.ไม่ใช่ว่าทุกการนอ กใจจะเป็นความผิด กลุ่มเ ก ย์บางกลุ่ม บางครอบครัว บางสังคม บางศาสนา สนับสนุนให้มีภรรยาหรือมีสามีหลายคน
6.การแต่งงานไม่ได้ประกันว่าจะไม่เกิดการนอ กใจ การนอ กใจพบมากสุดใน 0-5 ปีแรกของการแต่งงาน ต่างกันคือฝ่ายหญิงหลัง 5 ปี พบน้อยลงไปตามลำดับ แต่ในผ ช.มีสองช่วงเวลา พบมากหลังแต่งงานภายใน 5 ปี และหลังแต่งงานนานเกิน 20 ปี
7.นอ กใจไม่จำเป็นต้องเกิดจากเ ซ็ ก ซ์ ผ ช.ร้อยละ 56 ผ ญ. ร้อยละ 34 ที่นอ กใจยังรักคู่ครองและมีความสุขทางเ ซ็ ก ซ์ คนนอ กใจมีเ ซ็ ก ซ์มากขึ้นกับคู่ครอง เชื่อว่าเป็นการชดเชย ลดความรู้สึกผิด
8.การมีลูกไม่ได้ประกันว่าจะไม่เกิดการนอ กใจ คู่ครองที่นอ กใจกันส่วนใหญ่มีลูก
9.คนนอ กใจไม่กลัวเอดส์ หรือโรคติดต่อทางเ พ ศสัมพันธ์ การนำเหตุผลนี้มาขู่มักไม่ได้ผล
10.คนที่เคยหย่าร้าง มีคู่ครองหลายคน มีโอ กาสนอ กใจมากกว่าคนแต่งงานครั้งเดียว
11.ผ ญ.ที่นอ กใจ หากถูกจับได้ มีโอ กาสถูกทำร้ า ย หรือถูกฆาตกรรม มากกว่าผ ช.
สาเหตุของการนอ กใจที่พบบ่อยมีดังนี้
1.มีปัญหาหรือความขัดแย้งกับคู่ครองในเรื่องทั่วไปและเรื่องเ ซ็ ก ซ์ เชื่อว่าการนอ กใจมักมีสาเหตุจากปัญหาในเตียงนอน ร่วมกับปัญหานอ กเตียงนอน
2.ใกล้ชิดกับคนอื่น จนใจอ่อน เกิดความสนิทสน มเห็นอ กเห็นใจกัน
3.มีปัญหาสุขภาพจิ ต เช่น ซึมเศร้า หมกมุ่นเ ซ็ ก ซ์ เครียด ขาดความมั่นใจใมวัยกลางคน
4.เกิดเหตุการณ์ฉุ ก เ ฉิ นไม่ตั้งใจ เช่น เที่ยวกลางคืน เมา ขาดสติ พบคนถูกใจ
5.เจ้าชู้จนเป็นนิสัย เห็นคนที่ถูกใจไม่อาจห้ามความต้องการได้
6.แก้แค้นคู่ครองที่นอ กใจ ประเภท เธอมีได้ ฉันก็มีได้
7.ไม่มีความสุขในชีวิตสมรส หมดความรู้สึกโรแมนติก หมดรัก เ บื่ อหน่าย จนต้องไปหาคนใหม่
8.จะเลิกกับคู่ครองอยู่แล้ว จึงไม่สนใจความรู้สึกของอีกฝ่าย
9.เป็นรักแ อ บซ่อน หรือเป็นคู่ขากัน มานาน ตั้งแต่ก่อนแต่งงาน เลิกกันไม่ได้
10.อีกฝ่ายยินยอมเป็นคนที่สอง โดยไม่เรียกร้องสิทธิ ไม่ต้องเลี้ยงดู
11.เป็นการช่วยกันทางเศรษฐกิจ มีหลายคน มาช่วยกันค้าขาย
12.มีแหล่งนอ กใจ ผ่านออนไลน์ แชต อีเมล์ ส่งข้อความทางเฟซทางไลน์ ติดต่อทางโทรศัพท์
การป้องกันและการแก้ไขการนอ กใจ มีดังนี้
1.สังคมต้องไม่ยั่ วยุด้วยเ ซ็ ก ซ์ สื่อทุกชนิด ควรช่วยกันจรรโลง ฟื้นฟูศีลธรรม
2.นักเรียนนักศึกษาควรต้องเรียน และเข้าใจวิชาศีลธรรม โดยมีครูอาจารย์เป็นแบบอย่างที่ดี
3.ผู้นำต้องสนับสนุนประชาชนให้ซื่อสั ต ย์ไม่ประพฤติผิดในก า ม
4.เมื่อเป็น มนุษย์ ต้องตั้งมั่น รักษาศีลห้า โดยเฉพาะข้อสาม หากจะมีคนใหม่ต้องเลิกคนเก่าก่อน
5.ไม่ปล่อยให้เกิดการยั่ วยุทางเ พ ศ ไม่ปล่อยให้สถานการณ์เป็นใจ ไม่เที่ยวกลางคืน ไม่ดื่มสุ ร า ไม่ใช้ยาเ ส พติด ไม่ติดต่อ กับแฟนเก่า ไม่ทำงานดึก ไม่เดินทางหรืออยู่กันสองต่อสอง ไม่แชต ไลน์ทางชู้สาว
6.ไม่มีข้ออ้าง บางคน มีข้ออ้างว่ามนุษย์ควรสืบพั น ธุ์มากหน้าหลายตาเพื่อดำรงเผ่าพั น ธุ์ เหมือนร้อยละ 97 ของสั ต ว์ 4,000 สายพั น ธุ์ ควรห้ามใจ โดยคำนึงถึงความทุกข์ความยุ่งยากที่ตามมา
7.สร้างภูมิคุ้มกันให้ครอบครัว สามีภรรยาที่รักกัน สื่อส า ร เข้าใจ เชื่อใจกัน นอ กใจกันน้อย
8.ต้องตรวจตราพฤติกรรมนอ กใจ แม้แต่คนที่เราเชื่อใจที่สุด ก็อาจเกิดเหตุการณ์นี้ได้ หาสาเหตุและป้องกันการนอ กใจที่จะเกิดเสียแต่เนิ่นๆ
9.ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ เช่น จิ ตแพทย์ หากเกิดปัญหาแล้วแก้ไขไม่ได้ควรปรึกษาผู้รู้ ที่สามารถเป็นที่พึ่งได้ โดยทั่วไป เวลาที่ผ่านไป สติ การยอมรับปัญหา
